พาณิชย์ เตรียมใช้ ‘ที่ว่าการอำเภอ’ ทั่วไทยเป็น Outlet จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย - ที่นี่ สุขภาพดี | Healthy Station

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Thursday, April 23, 2026

พาณิชย์ เตรียมใช้ ‘ที่ว่าการอำเภอ’ ทั่วไทยเป็น Outlet จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย

พฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. 

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ สู่ระดับอำเภอทั่วประเทศ เตรียมเปิดพื้นที่ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง เป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน พร้อมเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม


นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (23 เมษายน 2569 ณ ห้องกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์) ได้เป็นประธานการประชุมหารือการจำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ (Modern Trade) Makro, Lotus, Big C, TOPS และ Go Wholesale”








อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “วัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้ เพื่อขยายความร่วมมือตามแผนดำเนินการที่ได้เดินหน้าไปแล้วตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เป็นการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยในห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ (Modern Trade) และขยายช่องทางการจำหน่ายต่อไปในห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ และขยายช่องทางจำหน่ายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Shopee Lazada TikTok Grab และ Lineman”


  “ในวันนี้เป็นการประชุมเตรียมความพร้อมที่จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศไทย โดยจะเริ่มจำหน่ายสินค้าวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 และจะต่อเนื่องทุกศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม (1, 8, 15, 22 และ 29 พฤษภาคม) ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะเป็นสินค้า House Brand ของห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ในกลุ่มอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 58% อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง รวมทั้ง สินค้าแบรนด์ทางเลือกที่จะนำมาร่วมทำโปรโมชันลดราคา”


“โดยสินค้า House Brand จะมีราคาที่ประหยัดกว่าแบรนด์ทั่วไป เนื่องจากสินค้า House Brand มีการตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออก จำหน่ายจากผู้ผลิตโดยตรง ไม่มีต้นทุนด้านการตลาดที่สูง ควบคุมการผลิตได้เอง สามารถผลิตได้ในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนต่ำลง มีการบริหารจัดการเองทั้งระบบ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้สินค้าไทยช่วยไทยยังคงคุณภาพที่ดี แต่เพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นนั่นเอง และเตรียมผลักดันสินค้าผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นำร่องจำนวน 2,000 ราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น แต่ยังเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจไทย พร้อมวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว


“กระทรวงพาณิชย์ ห่วงใยถึงความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตทางพลังงานซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมตระหนักค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น สินค้าไทยช่วยไทย จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้พี่น้องประชาชนยังมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย และสร้างส่วนต่างทางด้านราคาสินค้าที่จำเป็น ในชีวิตประจำวันให้มีต้นทุนค่าครองชีพที่ต่ำลง ในราคาที่เป็นธรรม ซึ่ง กระทรวงฯ จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ประกอบกับภาคธุรกิจยังสามารถเดินหน้าควบคู่ไปได้พร้อมกัน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเลือกซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ที่ว่าการอำเภอในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย


#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

*******************************************

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า                                                               ฉบับที่ 200 / วันที่ 23 เมษายน 2569


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages